Our Blog

หากจะกล่าวถึงตำนานเทพเจ้าผู้สร้างโลกแล้วล่ะก็ ตำนานของเรือโนอาร์นั้นก็มีคนพูดถึงเหมือนกันมีการค้นหาคำตอบที่แท้จริงว่า เรือโนอาร์มีจริงหรือไม่และใครเป็นคนเล่าซึ่งตำนานนี้มีการเล่าออกมาในหลายรูปแบบ รวมถึงมีการละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ที่ผู้ถึงเรือโนอาร์ที่แตกต่างกันออกไป เรือโนอาร์ ปรากฏในพระธรรมปฐมกาลบทที่ 6 คาดว่าเกิดขึ้นในสมัยก่อนจะมีศาสนาเข้ามาเสียอีก ตำนานเรือโนอาร์นั้นกล่าวถึงว่า มีดินแดนแห่งหนึ่งที่ไม่ได้ระบุว่าอยู่ในจุดใดของโลก มีครอบครัวหนึ่งคือ โนอาร์และภรรยา กับลูกชายอีก 3 คนชื่อว่า เชม ฮาม และยาเฟท ในยุคนั้นมนุษย์ต่างก็แย่งชิงความเป็นหนึ่งและการฆ่าฟัน สำหรับโนอาร์เป็นคนที่ไม่ชอบเรื่องราวแบบนี้ เขาและครอบครัวพยายามใช้ชีวิตอย่างสงบที่บ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง วันหนึ่งขณะที่โนอาร์กำลังนั่งพักในห้องเขาได้เสียงของชายคนหนึ่งดังเข้ามา ชายผู้นั้นบอกกับโนอาร์ว่าเขาคือ พระเจ้าผู้สร้างโลกใบนี้และเห็นกันฆ่าฟันของผู้คน

โลกของมนุษย์นี้เดิมก็มีอยู่นานแล้วและเคยได้แตกสลายไปพร้อม ๆ กันทั้งหมด  แล้วก็เกิดขึ้นมาอีกนับครั้งไม่ถ้วน  จึงมีภาษาที่ใช้เรียกคำว่านับไม่ถ้วนหรือนับไม่ได้ว่า อสงขัย  การแตกกันไปทุกครั้งทั้งหมดของระบบสุริยะก็จะกลายเป็นกลุ่มละอองฝุ่นแก๊สสีขาวเงินใหญ่มหึมาลอยเวิ้งว้างหมุนวนรอบกันเองในอาวกาศ  หรือ เนบิวลานั่นเอง  จะนานสักเท่าใดไม่สามารถประมาณได้  ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งมีระบบและกฎเกณฑ์ของมัน  การอุบัติของโลกพร้อม ๆ กับดวงอาทิตย์และบรรดาดาวเคราะห์ทั้ง  8  ดวง  ในระบบเริ่มแรกเดิมที่จะเป็นผืนน้ำก่อนที่จะมีผืนดิน และเนิ่นนานอีกเท่าใดไม่รู้ถึงจะเย็นพอที่บรรดาสรรพชีวิตจะมาเกิดอาศัยได้ ซึ่งความเชื่อนี่มีเหตุและผลเพราะกาลเวลาไม่มีต้นกำเนิดและจุดสิ้นสุดความเป็นมาของคนไทยและเรื่องราวเกี่ยวกับโลกจะเรียบเรียงเป็นตำนานการบำเพ็ญบารมีของพระพุทธเจ้าขณะยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์อยู่   ที่พระองค์ท่านต่างลงมาบำเพ็ญเพียรสะสมบารมีเพื่อให้ครบทั้ง 30 ทัศ   บรรพบุรุษชาวสุวรรณภูมิทั้งหมดได้เล่าเรื่องราวและสืบสานกันมาจนถึงปัจจุบัน  

จอมเทพโอดินทรงสร้างดินแดนแห่งเทพจากนั้นก็ทรงให้ชื่อ ดินแดนนี้ว่า อัสการ์ด ซึ่งแปลว่า อุทยานแห่งทวยเทพ โดยในอัสการ์ดจะ เป็นที่ประทับของคณะเทพแห่งสงครามและแสงสว่าง ซึ่งประกอบด้วยเทพเจ้าหลายพระองค์ เช่น ธอร์ เทพแห่งสายฟ้า ผู้มีฆ้อนวิเศษเป็นอาวุธ, บาลเดอร์ เทพเจ้าแห่งความดีงาม, เฟรยา เทพธิดาแห่งความงามและความรักนอกจากนี้ อัสการ์ด ยังเป็นที่ตั้งของมหาปราสาทกลอทเฮม ซึ่งจอมเทพโอดินจะเสด็จมาประทับบนเทวบัลลังก์ในมหาปราสาทแห่งนี้เพื่อเฝ้าติดตามความเป็นไปในมิดการ์ดหรือโลกมนุษย์ โดยมีสะพานสายรุ้งที่เรียกว่า บีฟรอสต์ เชื่อมระหว่างอัสการ์ดและโลก อีกทั้งจอมเทพโอดินยังทรงสร้าง หอขนาดใหญ่

หลังจากมิดการ์ดเสร็จสมบูรณ์ จอมเทพโอดินก็สร้างมนุษย์คู่แรกของโลก โดยสร้างผู้ชายมาจาก ต้นแอช และทรงให้ชื่อว่า อัซก์ และสร้างผู้หญิงขึ้นมาจากต้นเอล์มและให้ชื่อว่า  เอมบลา จากนั้นเทพโอดินได้ประทานจิตวิญญาณให้แก่พวกเขา เทพโฮเนียร์ประทานความรู้สึก และเทพโลเทอร์ประทานการ พูด เห็น และสัมผัสต่างๆทั้งอัซก์ และเอมบลามีร่างกายที่งดงาม ทั้งสองได้กลายเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ทั้งมวลในมิดการ์ดขณะที่จอมเทพโอดินและอนุชากำลังสร้างสรรค์สรรพสิ่งอยู่นั้นเอง บรรดายักษ์รุ่นใหม่ที่สืบเชื้อสายมาจากพวกรีเมที่รอดชีวิตเมื่อครั้งเหล่าเทพเจ้าทำสงครามกับพญายักษ์ยีเมียร์ ก็เริ่มทวีจำนวนมากขึ้น พวกยักษ์เหล่านี้ได้ไปอาศัยรวมกันอยู่ในดินแดนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า อัทการ์ด หรืออีกชื่อหนึ่งคือ โจทุนไฮม์ โดยจอมเทพโอดินได้ทรงนำเอากระดูกของยีเมียร์ที่เหลืออยู่มาสร้างเป็นกำแพงใหญ่กั้นระหว่างดินแดนโจทุนโฮม์กับมิดการ์ดเอาไว้

ตามตำนานของชาวนอร์สหรือที่รู้จักกันในชื่อของชาวไวกิ้ง ได้เล่าไว้ว่า เมื่อครั้งบรรพกาลก่อนที่จะโลกนั้น จักรวาลมีเพียงความว่างเปล่าจนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านไป ก็บังเกิดเป็นทุ่งน้ำแข็งอันกว้างใหญ่มหึมาซึ่งขนาบด้วยดินแดนสองแห่งทางเหนือและใต้โดยดินแดนทางเหนือเรียกว่า นีเฟลเฮล์ม เป็นดินแดนแห่งเมฆหมอกและความหนาวเย็นส่วนดินแดนทางใต้นั้นเรียกว่า มูสเฟลเฮล์ม เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยเพลิงอันร้อนแรงที่เผาผลาญไปทั่วในกาลต่อมา ได้มีสะเก็ดเพลิงจากมูสเฟลเฮล์มกระเด็นขึ้นไปยังทุ่งน้ำแข็ง ทำให้ภูเขาน้ำแข็งลูกหนึ่งละลายและปรากฏมีแม่วัวขึ้นมาตัวหนึ่ง ชื่อว่า โอดูมลา โดยแม่วัวตัวนี้ถือเป็นสิ่งมีชีวิตอันดับแรกสุดในจักรวาล หลังจากเกิดมาแล้ว โอดูมลา พยายามหาอาหารกินด้วยการเลียน้ำแข็งใกล้ตัว นานวันเข้า ก้อนน้ำแข็งนั้นก็กลายเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่ชื่อ ว่า ยีเมียร์ ซึ่งมีร่างกายประกอบด้วยเกล็ดน้ำแข็งมากมายยีเมียร์ดูดนมของแม่วัวโอดูมลา เพื่อประทังชีวิตและในเวลาต่อมา เกล็ดน้ำแข็งบนร่างของเขาก็ได้แตกออกมาเป็นพวกยักษ์รุ่นแรกๆ

ตามตำนานกรีกกล่าวไว้ว่า โลกก่อนที่จะเกิดสรรพสิ่งต่างๆโลกเริ่มต้นด้วยความมืดมิดและกว้างใหญ่ไพศาล แต่ทว่าในความมืดมิดนั้น มีภาวะที่ยุ่งเหยิงอลมานไร้รูปแบบแฝงอยู่มากมายซึ่งเรียกว่า เคออส เคออส แปลว่าความสับสนยุ่งเหยิง อลมาน และเวาลาผ่านไปนับหมื่นปีเคออสก็ได้สร้าง นิกซ์ เทพีแห่งราตรีและเอเรบัส เทพแห่งความมืด นิกซ์และเอเรบัสได้ให้กำเนิดลูกคือเทพีเฮเมรา เทพีแห่งกลางวันกับเอเธอร์ เทพแห่งแสงสว่าง นอกจากนี้ยังมีโมรอส จ้าวแห่งโชคชะตา ฮิพโนส เทพแห่งการหลับไหล โอนีอีรัวหรือดรีมส์จ้าวแห่งความฝัน เนเมซิส เทพแห่งการแก้แค้นอันชอบธรรม ทานาทอส มัจจุราชแห่งความตาย

ตามตำนานการสร้างลกของอินเดียเนื่องจากอินเดียเป็นประเทศที่มีศาสนาวัฒนธรรมมากความเชื่อจึงแต่ออกเป็นหลายสายแต่ที่พูดถึงกันมากที่สุดคือเรื่อง พระพรหมสร้างโลก ตามศาสนาพราหมณ์ ที่มีมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ สามองค์คือ พระศิวะ พระพรหม และพระวิษณุ หรือพระนารายณ์ เรื่องอำนาจของเทพแต่ละองค์นั้นเกี่ยวกับผู้นับถือถ้ากลุ่มของใครนับถือเทพองค์ไหนก็จะเชื่อว่าเทพองค์นั้นมีอำนาจมากที่สุด แต่ที่เห็นตรงกันคือเทพผู้ที่มีหน้าที่สร้างโลกและสิ่งมีชีวิตคือพระพรหม เดิมที่พระพรหม หรือที่เรียกว่า พระอาตมภู มีกายสีแดงมี 4 หน้า มีมือ 4 ข้าง ถือ คฑา ลูกประคำ หรือ

ตามความเชื่อของชาวไทยล้านนาหรือประเทศไทยตอนเหนือ  นั้นเชื่อกันว่า มนุษย์คนแรกที่กำเนิดขึ้นมาในจักวาลนี้คือ นางอิตถังไคยสังคสี หรือ ย่าสังกัสสี หญิงสาวผู้เกิดมาจากธาตุดิน นางได้ปั้นดินสร้างสัตว์ 12 ชนิด ภายหลังได้กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำปีนักษัตร ต่อมามีบุรุษผู้เกิดขึ้นเองคนแรกจากธาตุไฟของจักรวาลชื่อ นาปุงสังไคยสังคสี หรือปุ่สังกัสสา ทั้งคู่ได้อยู่คู่เคียงกันมาและได้ให้กำเนิดมนุษย์พวกแรกทั้งหมด 3 คนผ่านการปั้นดิน โดยมนุษย์คนแรกมีเพสชาย คนที่ 2 มีเพศหญิง และคนสุดท้ายมี 2 เพศ

จีนมีนิทานปรัมปราที่เล่ากันมาตั้งแต่สมัยโบราณว่าโลกเดิมเป็นฟองไข่ทรงกลม ที่ภายในมียักษ์ตนหนึ่งที่มีผมและหนวดเคายาว มีร่างกายยาวถึง 45,000 กิโลเมตร ชื่อ ป้านกู วันหนึ่งหนึ่งไข่ป้านกูได้ฟักออกจากไข่ ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลของป้านกู จึงดันส่วนบนของไข่ให้กลายเป็นสวรรค์และด้านล่างกลายเป็นพื้นโลก แต่สวรรค์และโลกกลับดูดตัวเข้าหากัน ป้านกูจึงใช้พละกำลังของตัวเองดันทั้ง 2 ส่วน ไว้เป็นเวลานับหมื่นๆ ปี จนในที่สุดทั้งโลกและสวรรค์ ไม่อาจรวมตัวกันได้ ป้านกูจึงล้มลงแล้วเสียชีวิต  ภายหลัง ป้านกู เสียชีวิต ดวงตาข้างซ้ายก็ได้กลายเป็นดวงอาทิตย์ ดวงตาข้างขวาก็กลายเป็นดวงจันทร์

ความเชื่อของคนเกาหลีในเรื่องพระเจ้าสร้างโลกกันมาแต่ยุคสมัยโบราณ ในตำนานกล่าวว่า ทันกุน นั้นสืบเชื้อสายมาจากเสด็จปู่ พระเจ้าฮวานิน ผู้เป็นเทพแห่งสวรรค์ โอรสของ พระเจ้าฮวานิน คือ พระเจ้าฮวานุง ได้ขอประทานให้พระองค์ได้มาอาศัยอยู่บนโลก โดยขอสถานที่ที่มีหมู่บ้านและภูเขา พระเจ้าฮวานิน จึงประทานที่แห่งหนึ่งให้อยู่ทึ่บริเวณภูเขา แทแบก ปัจจุบันคือภูเขาแพกทู หรือ ไป่ถู หรือ ไป่โถว ในภาษาจีน อยู่ตรงพรมแดนกั้นระหว่างประเทศจีนและภาคเหนือของประเทศเกาหลีเหนือ แปลว่า ภูเขาหัวขาว